เอกสารหลักฐานการศึกษา

หลักฐานการศึกษาเป็นเอกสารแสดงข้อมูลและสถานภาพการศึกษาของผู้เรียนที่สถานศึกษาจะต้องจัดทำ  เพื่อใช้สำหรับตรวจสอบ สื่อสาร ส่งต่อและรับรองผลการเรียนของผู้เรียน หลักฐานการศึกษาที่สถานศึกษาจะต้องจัดทำ ดังนี้

 

1.      ระเบียงแสดงผลการเรียน (Transcript)  (ปพ.1)

เป็นเอกสารบันทึกผลการเรียนของผู้เรียนตามสาระการเรียนรู้กลุ่มวิชา และกิจกรรมต่างๆที่ได้เรียนในแต่ละช่วงชั้นของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน  เพื่อใช้เป็นหลักฐานแสดงสถานภาพและความสำเร็จในการศึกษาของผู้เรียนแต่ละคน และใช้เป็นหลักฐานในการสมัครเข้าศึกษาต่อ สมัครเข้าทำงานหรือดำเนินการในเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีข้อกำหนดดังนี้

1.1   สถานศึกษา จะต้องจัดทำระเบียงแสดงผลการเรียนของผู้เรียน ตามรูปแบบที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด โดยสถานศึกษาจะสั่งซื้อจากหน่วยงานที่กระทรวงศึกษาธิการมอบหมายให้จัดพิมพ์จำหน่าย เพื่อให้ใช้เป็นแบบเดียวกัน ซึ่งจะทำให้เกิดความสะดวกในการตรวจสอบข้อมูลและส่งต่อเอกสารระหว่างสถานศึกษาและหน่วยต่างๆ

1.2    สถานศึกษาต้องจัดทำต้นฉบับ ระเบียนแสดงผลการเรียนของผู้เรียนทุกคนเก็บรักษาไว้ตลอดไป และระมัดระวังดูแลรักษาไม่ให้ชำรุดเสียหาย สูญหาย หรือมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อมูลได้เป็นอันขาด เพื่อความสะดวกในการค้นหาข้อมูล สถานศึกษาอาจเก็บข้อมูลในโอกาสนี้ไว้ในรูปของ CD – ROM

1.3     เมื่อผู้เรียนสำเร็จการศึกษาแต่ละช่วง สถานศึกษาต้องจัดทำระเบียนแสดงผลการเรียนฉบับผู้เรียนให้แก่ผู้เรียน โดยคัดลอกข้อมูลจากต้นฉบับที่สถานศึกษาได้จัดทำภายหลังไว้ให้ครบถ้วนสมบูรณ์ อย่าให้ตกหล่นหรือผิดพลาดได้เป็นอันขาด

1.4   กรณีผู้เรียนย้ายสถานศึกษา  สถานศึกษาจะต้องจัดทำระเบียงแสดงผลการเรียนของนักเรียนในช่วงชั้นที่กำลังศึกษาอยู่  โดยคัดลอกข้อมูลจากต้นฉบับที่เป็นปัจจุบัน ให้ถูกต้องสมบูรณ์ให้ผู้เรียนนำไปเป็นหลักฐานการสมัครเข้าเรียนที่สถานศึกษาใหม่

ให้สถานศึกษาใหม่ที่รับผู้เรียนไว้ จัดทำต้นฉบับระเบียนแสดงผลการเรียนของนักเรียนสำหรับผู้เรียนใหม่ โดยคัดลอกข้อมูลจากเอกสารแสดงผลการเรียนของนักเรียนที่ผู้เรียนนำมาแสดงให้ถูกต้องสำหรับผลการเรียนจากสถานศึกษาเดิมให้โอนผลการเรียนตามเกณฑ์การประเมินผลของสถานศึกษาใหม่ และให้เป็นไปตามระเบียบการเทียบโอนผลการเรียนของกระทรวงศึกษาธิการ แล้วใช้เอกสารที่จัดทำขึ้นใหม่บันทึกผลการเรียนของผู้เรียนต่อไป ส่วนต้นฉบับจากสถานศึกษาเดิมให้เก็บไว้เป็นหลักฐานสำหรับตรวจสอบควบคู่กับเอกสารที่จัดทำขึ้นใหม่

1.5   กรณีผู้เรียนรับระเบียนแสดงผลการเรียนของนักเรียนของตนไปแล้ว เกิดการชำรุดสูญหาย ถ้าผู้เรียนต้องการเอกสารฉบับใหม่ ให้สถานศึกษาออกเอกสารฉบับใหม่แกผู้เรียนโดยคัดลอกจากต้นฉบับเอกสารที่เก็บรักษาไว้  โดยหัวหน้าสถานศึกษาและนายทะเบียนที่ปฏิบัติหน้าที่ในขณะนั้นเป็นผู้ลงนาม

1.6    กรณีผู้เรียนต้องการระเบียงแสดงผลการเรียนเป็นภาษาอังกฤษ ให้ออกเอกสารตามข้อมูลเดิมของต้นฉบับเอกสาร ด้วยภาษาอังกฤษ

1.7   กรณีต้นฉบับเอกสารเดิมเกิดสูญหายให้แจ้งยกเลิกการใช้เอกสาร

 

2. หลักฐานแสดงวุฒิการศึกษา (ใบประกาศนียบัตร) (ปพ.2)

          เป็นเอกสารที่สถานศึกษาออกให้กับผู้สำเร็จการศึกษาภาคบังคับ 9 ปี และผู้สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อแสดงศักดิ์และสิทธิ์ของผู้สำเร็จการศึกษาและรับรองวุฒิการศึกษาของผู้เรียนให้ผู้เรียนนำไปใช้เป็นหลักฐานแสดงระดับวุฒิการศึกษาของตน โดยมีข้อกำหนดของเอกสาร  ดังนี้

1.      เป็นเอกสารแสดงวุฒิการศึกษาของผู้สำเร็จการศึกษาเป็นรายบุคคล

2.      เป็นเอกสารที่จะออกให้แก่ผู้สำเร็จการศึกษา โดยสมบูรณ์แล้ว ดังนี้

(1)                                                ผู้สำเร็จหลักสูตรการศึกษาภาคบังคับ 9 ปี (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3)

(2)                                                ผู้สำเร็จหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6)

3.      กระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้กำหนดรูปแบบเอกสารใบแทนเอกสาร และใบแปลเอกสารเพื่อให้สถานศึกษานำไปใช้ออกให้แก่ผู้เรียนที่จบการศึกษา โดยสถานศึกษาเป็นผู้ควบคุมการจัดทำการเก็บรักษาและการออกเอกสารทั้งการออกใบแทนเอง

4.      กรณีผู้เรียนรับเอกสารไปแล้ว ถ้าผู้เรียนมีความประสงค์ขอรับเอกสารนี้ใหม่สถานศึกษาจะต้องออกเป็นใบแทนให้ โดยใบแทนจะมีลักษณะแตกต่างจากเอกสารจริง ตามรูปแบบที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด

5.      สถานศึกษาจะต้องเก็บรักษาและควบคุมแบบพิมพ์ของเอกสารให้ปลอดภัย อย่าให้ชำรุดสูญหาย หรือมีผู้นำไปใช้ในทางมิชอบเป็นอันขาด

 

3. แบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา (ปพ.3)

          เป็นแบบรายงานรายชื่อและข้อมูลของผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษาภาคบังคับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อใช้เป็นหลักฐานสำหรับตรวจสอบ ยืนยันและรับรองความสำเร็จและวุฒิการศึกษาของผู้สำเร็จการศึกษาแต่ละคน ต่อเขตพื้นที่การศึกษาและกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีข้อกำหนดของเอกสาร  ดังนี้

1.      เป็นเอกสารำหรับรายงานชื่อและข้อมูลผู้สำเร็จหลักสูตรการศึกษาภาคบังคับ 9 ปี (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3) และสำเร็จหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6) ต่อหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบในเขตพื้นที่การศึกษาและกระทรวงศึกษาธิการ

2.      ให้สถานศึกษาใช้แบบพิมพ์เอกสารตามรูปแบบที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด

3.      ให้สถานศึกษาจัดทำเอกสารนี้จำนวน 3 ชุด เก็บรักษาไว้ให้ปลอกภัยที่สถานศึกษา 1 ชุด ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 1 ชุด และกระทรวงศึกษาธิการอีก 1 ชุด ชุดที่เก็บรักษาที่กระทรวงศึกษาธิการถือเป็นเอกสารต้นฉบับ

สถานศึกษาและหน่วยงานที่เก็บรักษาเอกสารนี้ จะต้องดูแลรักษาเอกสารนี้อย่าให้ชำรุด เสียหาย สูญหาย หรือข้อมูลเปลี่ยนแปลงแก้ไขเป็นอันขาด และต้องเก็บรักษาไว้ในสถานศึกษาที่มีความปลอดภัยไว้ตลอดไป เพื่อความสะดวกในการค้นหาข้อมูล สถานศึกษาอาจเก็บข้อมูลในเอกสารนี้ไว้ในรูปของ CD – ROM

4.   สถานศึกษาจะต้องจัดส่งเอกสารที่จัดทำเรียบร้อยแล้วไปให้หน่วยงานที่กำหนดภายในเวลา 30 วัน หลังจากผู้เรียนได้รับการอนุมัติให้สำเร็จการศึกษา

 

4.แบบแสดงผลการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ปพ.4)

เป็นเอกสารรายงานพัฒนาการ ด้านคุณลักษณะของผู้เรียนเกี่ยวกับคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่สถานศึกษากำหนดขึ้น เพื่อพัฒนาผู้เรียนเป็นพิเศษ เพื่อการแก้ปัญหาหรือสร้างเอกลักษณ์ให้ผู้เรียนตามวิสัยทัศน์ของสถานศึกษา เป็นการรายงานผลการประเมินที่แสดงถึงสภาพ หรือระดับคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนในแต่ละช่วงชั้น สถานศึกษาจะต้องจัดทำเอกสารนี้ให้ผู้เรียนทุกๆคน ควบคู่กับระเบียนแสดงผลการเรียนของผู้เรียนเพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานแสดงคุณลักษณะของผู้เรียน  เพื่อประกอบในการสมัครเข้าศึกษาต่อ หรือสมัครทำงาน  โดยมีข้อกำหนดของเอกสาร ดังนี้

1.      เป็นเอกสารแสดงพัฒนาการหรือสภาพของคุณลักษณะอันพึงประสงค์แต่ละประการของผู้เรียนในแต่ละช่วงชั้น

2.      ข้อมูลที่จะบันทึกในเอกสาร มีดังนี้

(1)     เลขที่เอกสาร

(2)     ชื่อสถานศึกษา

(3)     ช่วงชั้นที่เรียน

(4)     ชื่อ – ชื่อสกุล และข้อมูลส่วนตัวของผู้เรียน

(5)     รายการคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์

(6)     ผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์แต่ละประการ

(7)     รูปถ่ายของผู้เรียน

(8)     ลายเซ็นของผู้จัดทำเอกสาร

(9)     ลายเซ็นของหัวหน้าสถานศึกษาและประทับตราสถานศึกษา

(10)  วัน เดือน ปี ที่ออกเอกสาร

3.      สถานศึกษาเป็นผู้ออกแบบ และจัดทำเอกสารให้มีความสวยงาม และคงทนถาวรสามารถเก็บรักษาไว้ได้ตลอดไป

4.      สถานศึกษาจัดต้องออกเอกสารนี้ให้กับผู้สำเร็จการศึกษาแต่ละช่วงชั้นให้สอดคล้องกับเกณฑ์การผ่านช่วงชั้นต่าง ๆ และต้องจัดทำสำเนาเอกสารที่ออกให้กับผู้สำเร็จการศึกษาเก็บรักษาไว้ที่สถานศึกษาตลอดไปด้วย

5.      กรณีผู้เรียนรับเอกสารนี้ไปแล้ว ถ้ามีความประสงค์จะขอรับเอกสารนี้ใหม่สถานศึกษาจะต้องออกเป็นใบแทนให้ โดยใบแทนจะต้องมีลักษณะแตกต่างจากเอกสารจริงตามลักษณะที่สถานศึกษากำหนด และจะมีข้อมูลเพิ่มเติมจากเอกสารจริง คือ

(1)     อ้างเลขที่ของเอกสารจริงที่เคยออกให้ไปแล้ว

(2)     สาเหตุของการออกเอกสารใบแทน

6.      สถานศึกษาจะต้องเก็บรักษาต้นฉบับเอกสาร และควบคุมแบบฟอร์มของเอกสารให้ปลอดภัยอย่าให้สูญหาย มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อมูล หรือมีผู้ใดนำไปใช้ในทางมิชอบเป็นอันขาด

7.  ให้ผู้เรียนเก็บรักษาเอกสารนี้ไว้เป็นหลักฐานการศึกษา เช่นเดียวกับ ระเบียนแสดงผลการเรียน (ปพ.1) เพราะจะต้องนำไปแสดงเพื่อการสมัครเข้าศึกษาต่อหรือสมัครงานควบคู่กัน

 

5.  แบบบันทึกผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน (ปพ.5)

          เป็นเอกสารสำหรับผู้สอนใช้บันทึกเวลาเรียน ข้อมูลการวัดและประเมินผลการเรียน และข้อมูลการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนแต่ละคนที่เรียนในห้องหรือกลุ่มเดียวกัน เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ปรับปรุง แก้ไข ส่งเสริม และตัดสินผลการเรียนของผู้เรียนรวมทั้งใช้เป็นหลักฐานสำหรับตรวจสอบ ยืนยัน สภาพการเรียน การมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ และผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนแต่ละคน  โดยมีข้อกำหนดของเอกสาร ดังนี้

1.      ใช้บันทึกเวลาเรียน ข้อมูลการวัดและประเมินผลการเรียนและข้อมูลการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน ทั้งห้องหรือกลุ่มที่เรียนร่วมกัน โดยบันทึกเป็นรายบุคคล

2.      ข้อมูลที่จะบันทึกในเอกสาร  อย่างน้อยควรมี ดังนี้

(1)   ข้อมูลของสถานศึกษา

(2)   ชื่อ – ชื่อสกุล ผู้สอนหรือที่ปรึกษา

(3)   ชื่อ – ชื่อสกุล และเลขประจำตัวประชาชนของผู้เรียนทุกคนที่เรียนในห้องหรือกลุ่มที่เรียนร่วมกัน

(4)   ลักษณะการใช้เวลาในการเข้าเรียนหรือร่วมกิจกรรมการเรียนของผู้เรียนในช่วงเวลาที่สถานศึกษากำหนดให้เป็นเวลาเรียน จำแนกเป็นเวลามา มาสาย ป่วย ลา ขาด

(5)   สรุปรวมเวลาเรียนของผู้เรียนแต่ละคน

(6)   เวลาเรียนของแต่ละคน คิดเป็นร้อยละของเวลาเรียนเต็ม

(7)   รายการผลการเรียนรู้ที่คาดหวังรายปี / รายภาค (ตามระดับชั้นที่ใช้เอกสาร)

(8)   ระดับผลการเรียน

(9)   เกณฑ์การประเมินให้ระดับผลการเรียน

(10)           ข้อมูลผลการวัดและประเมินผลการเรียนระหว่างเรียน ปลายภาคเรียน / ปลายปี

(11)           ผลการตัดสินและอนุมัติผลการเรียน

(12)           รายการคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของสถานศึกษา

(13)           เกณฑ์หรือข้อบ่งชี้ในการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของสถานศึกษา

(14)           ผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของสถานศึกษา

(15)           ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนของผู้เรียน

3.      ลักษณะการบันทึกข้อมูล

(1)   การบันทึกเวลาเรียน  ตามลักษณะเวลาเรียนของแต่ละรายวิชา  โดยบันทึกเวลาเรียนของผู้เรียนทั้งห้องหรือกลุ่มตลอดการเรียนในแต่ละรายวิชา

(2)   การบันทึกข้อมูลผลการวัดและประเมินผลการเรียน  ให้บันทึกคะแนนและข้อมูลการวัดและประเมินผลการเรียนเป็นรายวิชา โดยบันทึกข้อมูลของทุกคนในห้อง หรือกลุ่มเดียวกันไว้ในเล่มเดียวกันให้เสร็จสมบูรณ์ในแต่ละรายวิชา

(3)   การบันทึกผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์  ให้บันทึกผลการประเมินผู้เรียนทุกคนในห้องหรือกลุ่มเดียวกันจากผู้ประเมินทุกฝ่ายแต่ละภาคไว้ในเอกสารเล่มเดียวกันโดยอาจารย์ที่ปรึกษาเป็นผู้บันทึก  ผลการประเมินอาจบันทึกเป็นคะแนนที่ได้จากเครื่องมือที่ใช้ในการประเมินแต่ละประเภท

(4)     การบันทึกผลการประเมินความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนให้บันทึกผลการประเมินผู้เรียนทุกคนในห้องหรือกลุ่มเดียวกันจากผู้ประเมินที่สถานศึกษากำหนดไว้ในเอกสารเล่มเดียวกัน  โดยอาจารย์ที่ปรึกษาเป็นผู้บันทึก

(5)   การออกแบบและจัดทำเอกสาร  สถานศึกษาเป็นผู้ออกแบบจัดทำเอกสาร โดยคำนึงถึงความถูกต้อง ครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูล ความสะดวก ชัดเจนในการบันทึกข้อมูลและการนำเอกสารไปใช้เป็นสำคัญ  สถานศึกษาอาจออกแบบให้บันทึกข้อมูลในข้อ (1)  (2) และ (3) ไว้ในเล่มเดียวกันหรือแยกกันก็ได้

(6)     กรณีผู้เรียนย้ายสถานศึกษาระหว่างปี (สำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 , 4-6 และมัธยมศึกษาปีที่ 1-3) หรือย้ายสถานศึกษาระหว่างภาค (สำหรับผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6) ให้สถานศึกษาจัดทำใบแจ้งจำนวนเวลาเรียน ข้อมูลผลการเรียน ผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ และผลการประเมินความสามารถการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนของผู้เรียนในปีหรือภาคเรียนที่กำลังเรียนโดยคัดลอกเอกสารนี้ ให้ผู้เรียนนำไปให้สถานศึกษาที่รับผู้เรียนเข้าศึกษาต่อใช้เป็นข้อมูลสำหรับรวมกับข้อมูลที่จะเกิดขึ้นในสถานศึกษาใหม่ เป็นข้อมูลผลการพัฒนาของผู้เรียนต่อไป

(7)   แบบบันทึกผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน เมื่อใช้กรอกข้อมูลแล้วสถานศึกษาจะต้องเก็บรักษาไว้เป็นหลักฐานสำหรับตรวจสอบ เป็นเวลาอย่างน้อย 3 ปี

 

6.  แบบรายงานผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนรายบุคคล (ปพ.6)

          เป็นเอกสารสำหรับบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับผลการเรียนพัฒนาการในด้านต่างๆ และข้อมูลอื่นๆของผู้เรียน ทั้งที่สถานศึกษาและที่บ้าน เพื่อใช้สำหรับสื่อสารระหว่างสถานศึกษากับผู้ปกครองของผู้เรียน ให้รับทราบและเกิดความเข้าใจในตัวผู้เรียนร่วมกัน  โดยมีข้อกำหนดของเอกสาร  ดังนี้

1.      เป็นเอกสารสำหรับบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนเป็นรายบุคคล

2.      ข้อมูลที่บันทึกในเอกสารอย่างน้อยควรมี ดังนี้

(1)     ข้อมูลส่วนตัวของผู้เรียน และเลขประจำตัวประชาชนของผู้เรียน

(2)     เวลาเรียน

(3)     การวัดและประเมินผลการเรียน และการตัดสินผลการเรียน

(4)     ผลงานหรือความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจ (เป็นการนำรายชื่อผลงานดีเด่นของผู้เรียนทั้งที่เกิดจากการเรียนโดยตรง และเกิดจากดำเนินงานส่วนตัวมาบันทึกไว้ปีละ 1-2 ชิ้น โดยผู้เรียนเป็นผู้กรอก แล้วให้ผู้ปกครองและสถานศึกษาร่วมกันรับรองและแสดงความเห็นต่อผลงานแต่ละชิ้น)

(5)     ความเห็นของสถานศึกษาและผู้ปกครองที่มีต่อผู้เรียนเกี่ยวกับผลการเรียน

(6)     รายการคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของสถานศึกษา

(7)     ผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์แต่ละประการ อาจรายงานผลการประเมินเส้นพัฒนาการ หรือคำบรรยายสรุปสภาพคุณลักษณะอันพึงประสงค์ก็ได้

(8)     รายงานกิจกรรมและผลการประเมินกิจกรรม

(9)     ผลการประเมินความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนสื่อความ

(10) รูปถ่ายของผู้เรียน

(11) ลายมือชื่อของผู้จัดทำเอกสาร

(12) ลายมือชื่อของหัวหน้าสถานศึกษาและประทับตราสถานศึกษา

(13) วัน เดือน ปี ที่รายงานข้อมูล

(14) ข้อมูลอื่นที่สถานศึกษาเห็นสมควรนำมาบันทึกไว้

3.      สถานศึกษาเป็นผู้ออกแบบจัดทำเอกสารนี้ใช้เอง ให้เหมาะสมกับสถานศึกษาของตน

4.      สถานศึกษาจะต้องบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ให้เป็นปัจจุบัน และส่งเอกสารนี้ให้ผู้ปกครองของผู้เรียนอย่างต่อเนื่องเมื่อมีการบันทึกข้อมูลใหม่ ๆ ไม่ควรน้อยกว่าภาคเรียนละ 2 ครั้ง

5.        กรณีผู้เรียนย้ายสถานศึกษา ให้ผู้เรียนนำเอกสารรายงานผลการพัฒนาผู้เรียนรายบุคคล  ฉบับที่กำลังใช้อยู่ไปให้สถานศึกษาแห่งใหม่ เพื่อใช้ดุลยพินิจว่า  จะใช้เอกสารฉบับเดิมต่อไปนี้หรือจัดทำเอกสารใหม่ ถ้าสถานศึกษาแห่งใหม่จะจัดทำเอกสารใหม่ เมื่อคัดลอกข้อมูลจากเอกสารเดิมลงในเอกสารใหม่แล้วให้คืนเอกสารเดิมแก่ผู้เรียนนำไปเก็บรักษาไว้

6.      ให้ผู้เรียนเก็บสะสมเอกสารนี้ไว้ให้ครบถ้วนตลอดเวลาการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานทั้ง 12 ปี โดยเก็บรวมไว้กับระเบียนสะสม (ปพ.8)

 

 

7.  ใบรับรองผลการศึกษา  (ปพ.7)

          เป็นเอกสารที่สถานศึกษาออกให้กับผู้เรียนเป็นการเฉพาะกิจ เพื่อรับรองสถานภาพทางการศึกษาของผู้เรียนเป็นการชั่วคราว ทั้งกรณีผู้เรียนยังไม่สำเร็จการศึกษาและสำเร็จการศึกษาแล้ว  โดยมีข้อกำหนดของเอกสาร  ดังนี้

1.      เป็นเอกสารรับรองสถานภาพทางการศึกษาของผู้เรียนเป็นการชั่วคราวที่สถานศึกษาออกให้แก่ผู้เรียน  เพื่อนำไปใช้แทนระเบียนแสดงผลการเรียน แบบแสดงพัฒนาการคุณลักษณะอันพึงประสงค์ หรือหลักฐานแสดงวุฒิทางการศึกษาในการสมัครสอบ สมัครงาน หรือศึกษาต่อ

2.      เป็นเอกสารที่สถานศึกษาสามารถออกให้กับผู้เรียนทุกระดับชั้น

3.      ข้อมูลที่จะบันทึกในเอกสารนี้มีดังนี้

(1)   ชื่อสถานศึกษา และสถานที่ตั้ง

(2)   ชื่อ – ชื่อสกุล ผู้เรียน เลขประจำตัวนักเรียน และเลขประจำตัวประชาชน

(3)   สถานภาพทางการศึกษาของผู้เรียนที่สถานศึกษาให้การรับรอง

(4)   วัน เดือน ปี ที่ออกเอกสาร

(5)   รูปถ่ายของผู้เรียน

(6)   ลายมือชื่อผู้จัดทำเอกสาร

(7)   ลายมือชื่อผู้บริหารสถานศึกษา

4.      สถานศึกษาเป็นผู้ออกแบบ จัดทำและควบคุมการออกเอกสารเอง

5.      ใบรับรองผลการเรียนมีช่วงระยะเวลารับรอง  120 วัน

 

8. ระเบียนสะสม  (ปพ.8)

          เป็นเอกสารสำหรับบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการและผลงานด้านต่างๆ ของผู้เรียนทั้งที่สถานศึกษาและที่บ้าน  เพื่อประโยชน์ในการแนะแนวผู้เรียนในทุกๆด้าน  โดยมีข้อกำหนดของเอกสารดังนี้

1.      มีรายการสำหรับบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการของผู้เรียนในด้านต่างๆเป็นรายบุคคล

2.      สถานศึกษาเป็นผู้ออกแบบจัดทำเอกสารให้เหมาะสมกับสถานศึกษาของตน และให้มีความคงทนสามารถเก็บรักษาและใช้ต่อเนื่องได้ ตลอด 12 ปี

3.      เป็นเอกสารที่ผู้เรียนใช้ต่อเนื่องกันได้ ตลอด 12 ปี ทั้งกรณีศึกษาในสถานศึกษาเดียวกันหรือย้ายสถานศึกษาหรือเปลี่ยนรูปแบบการศึกษา

4.      สถานศึกษาจะต้องบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ให้เป็นปัจจุบันข้อมูลบางอย่างอาจให้ผู้ปกครองเป็นผู้กรอก หรือให้ความเห็นหรือได้รับทราบด้วย

 

9. สมุดบันทึกผลการเรียนรู้รายวิชา (ปพ.9)

          สมุดบันทึกผลการเรียนรู้ เป็นเอกสารที่โรงเรียนจัดทำขึ้น เพื่อบันทึกรายการรายวิชาต่างๆ ที่นักเรียนจะต้องเรียนในแต่ละช่วงชั้นตามโครงสร้างหลักสูตรของโรงเรียน พร้อมด้วยผลการประเมิน ผลการเรียนแต่ละรายวิชา เป็นเอกสารที่โรงเรียนออกให้นักเรียน สำหรับใช้ศึกษาและนำไปแสดงให้บุคคลหรือหน่วยงานที่สนใจได้ทราบ  โครงสร้างหลักสูตรและรายละเอียดของรายวิชาต่างๆ ของโรงเรียนพร้อมด้วยผลการเรียนของนักเรียนจากการเรียนแต่ละรายวิชา  กรณีที่นักเรียนย้ายโรงเรียน  ข้อมูลในสมุดบันทึกผลการเรียนรายวิชาจะเป็นประโยชน์ในการนำไปใช้เป็นข้อมูลในการเทียบโอนผลการเรียนจากโรงเรียนเดิมไปเป็นผลการเรียนตามหลักสูตรของโรงเรียนใหม่

          การจัดทำสมุดบันทึกผลการเรียนรู้ (ปพ.9)

1.      โรงเรียนต้องจัดทำสมุดบันทึกผลการเรียนรู้รายวิชา โดยโรงเรียนดำเนินการออกแบบและจัดทำแบบฟอร์มของเอกสารเอง  ควรออกแบบให้มีความสวยงาม สะดวกในการใช้ และมีความคงทนถาวร ไม่ฉีกขาด หรือชำรุดเสียหายง่าย เพื่อให้นักเรียนเก็บรักษาไว้ตลอดไป สำหรับเป็นหลักฐานแสดงโครงสร้างของหลักสูตรรายละเอียดของราบวิชาต่างๆ ที่นักเรียนได้ศึกษามาและผลการเรียนของนักเรียนเองซึ่งนักเรียนอาจจะต้องนำไปแสดงเป็นหลักฐานในการเทียบโอนผลการเรียนเมื่อย้ายโรงเรียน การสมัครเข้าศึกษาต่อ สมัครทำงาน  หรือเพื่อการอื่นใด ที่นักเรียนจะต้องแสดงรายละเอียดของผลการเรียนตามหลักสูตรที่ได้ศึกษามา  เนื่องจากหลักสูตรของแต่ละโรงเรียนไม่เหมือนกัน

2.   ลักษณะของสมุดบันทึกผลการเรียนรู้ ควรออกแบบเป็นสมุดบรรจุรายการต่างๆ ของรายวิชาทั้งหมดทที่โรงเรียนสร้างขึ้นเพื่อให้นักเรียนเรียนในแต่ละช่วงชั้น และข้อมูลอื่น ๆ ดังนี้

2.1   แต่ละรายวิชาควรบรรจุข้อมูล ดังนี้

(1)   ชื่อรายวิชา

(2)   รหัสของรายวิชา

(3)   หน่วยกิต/น้ำหนัก/เวลาเรียนของรายวิชา

(4)   ภาคเรียนและปีการศึกษาที่เรียน

(5)   ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง

(6)   มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้นที่เกี่ยวข้องกับผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง

(7)   คำอธิบายรายวิชา

(8)   ผลการเรียนด้านคุณภาพและปริมาณ

(9)   ลายมือชื่อผู้สอนหรืออาจารย์ที่ปรึกษา

2.2   ข้อมูลผลการปฏิบัติกิจกรรมพัฒนานักเรียน

2.3   ข้อมูลการประเมินการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียน

2.4   ข้อมูลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์

2.5   ข้อมูลสรุปผลการเรียนตลอดช่วงชั้น

2.6   ลายมือชื่อผู้บริหารสถานศึกษา

3.      โรงเรียนจัดทำสมุดบันทึกผลการเรียนรู้ (ปพ.9) ให้นักเรียนแต่ละคนเมื่อเริ่มการศึกษาแต่ละช่วงชั้น โดยบันทึกผลการเรียนรายวิชาต่างๆ ที่เรียนในแต่ละภาค หรือปีการศึกษา และบันทึกสะสมเรื่อย ๆ ไปตลอดช่วงชั้น  กรณีรับนักเรียนใหม่เข้าเรียนระหว่างชั้น ให้นักเรียนใหม่นำสมุดบันทึกผลการเรียนรู้จากโรงเรียนเดิมไปให้โรงเรียนใหม่ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการดำเนินการเทียบโอนผลการเรียนตามระเบียบการเทียบโอนผลการเรียนของโรงเรียน โรงเรียนใหม่ต้องจัดทำสมุดบันทึกผลการเรียนรู้ ฉบับของโรงเรียนให้กับนักเรียนใหม่ โดยบันทึกให้นักเรียนได้รายวิชาต่างๆ ตามหลักสูตรของโรงเรียนตามที่เทียบโอนได้ แล้วดำเนินการบันทึกผลการเรียนของนักเรียนสะสมต่อไปตามปกติ ส่วนสมุดบันทึกผลการเรียนรู้ ฉบับของโรงเรียนเดิมให้คืนนักเรียนผู้เป็นเจ้าของ นำไปเก็บรักษาไว้ตามปกติ

4.      เมื่อสิ้นสุดภาคเรียนหรือสิ้นปีการศึกษาให้โรงเรียนส่งสมุดบันทึกผลการเรียนรู้ ที่บันทึกข้อมูลผลการเรียนรายวิชาต่างๆ ที่เรียนในภาคเรียนหรือปีนั้น ๆ แล้วให้ผู้ปกครองรับทราบ พร้อมกับแบบรายงานผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนรายบุคคล

5.      เมื่อนักเรียนจบช่วงชั้น  ให้นักเรียนสรุปผลการเรียนตามรายการในแบบฟอร์ม สรุปผลการเรียนตลอดช่วงชั้น แล้วมอบสมุดบันทึกผลการเรียนรู้ ให้นักเรียนนำไปเก็บรักษาและใช้เป็นหลักฐานแสดงผลการเรียนของตนต่อไป

 

 ย้อนกลับ                                                              ดูด้านบน